ภาพรวม
Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 เป็นโครงการระยะยาวเชิงยุทธศาสตร์ที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำหน้าที่เป็นเวทีความร่วมมือระดับโลก เพื่อระดมและบูรณาการมุมมองของผู้กำหนดนโยบาย นักวิจัย อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และภาคีทางสังคม ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์การพัฒนาวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาในอนาคต รวมถึงการออกแบบหลักสูตร การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และการประเมินผล เพื่อกำหนดอนาคตของการศึกษาและการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพลวัตของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยทาง Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 จะมีการจัดประชุมใหญ่ประจำปี ปีละ1-2 ครั้งในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิสัมพันธ์ (interactive meetings) ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนร่วมจากหลากหลายภาคส่วนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน โดยผลลัพธ์จากการประชุมเหล่านี้จะถูกต่อยอดในการหารือและการพัฒนาเชิงนโยบายระหว่างประเทศ และก่อให้เกิดการพัฒนาการศึกษาและวิเคราะห์เชิงลึกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งเสริมการสร้างความรู้ร่วมกัน และการเผยแพร่ผลลัพธ์เชิงนโยบายสู่สาธารณะอย่างเป็นระบบ
เวทีดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาโลก ตลอดจนขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาหลักสูตร นโยบาย และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคตอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม
ปัญหาและเหตุผล
ปัจจุบันสังคมโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของโลกาภิวัตน์ที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ได้เปิดโอกาสใหม่ ๆ จำนวนมากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนามนุษย์ในมิติต่าง ๆ แม้อนาคตจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่สังคมจำเป็นต้องมีความพร้อม เปิดรับ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่สำคัญ ๆ ที่สังคมกำลังเผชิญอยู่มีดังนี้
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด: การพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ และระบบดิจิทัลได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้งานบางประเภทค่อย ๆ สูญหาย ขณะเดียวกันก็ได้ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ พร้อมทั้งกำหนดความต้องการด้านทักษะที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก ส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับตัวเพื่อผลิตบุคลากรที่มีสมรรถนะพร้อมรองรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่และการทำงานร่วมกับเครื่องจักรอัจฉริยะ
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคม: กระแสโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ได้สร้างบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) ซึ่งท้าทายทั้งระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศและความสามารถของผู้เรียนในการปรับตัว การศึกษาในยุคใหม่จึงต้องเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดหมายและมีความสามารถในการตัดสินใจท่ามกลางข้อมูลที่ซับซ้อน
ช่องว่างของทักษะแห่งอนาคต: ระบบการศึกษาในอดีตมักมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ในลักษณะเนื้อหาวิชา แต่กลับไม่สามารถพัฒนาทักษะขั้นสูง เจตคติ และค่านิยม ที่จำเป็นเพื่อให้ผู้เรียนสามารถประสบความสำเร็จในปี 2030 และในระยะยาวได้อย่างเพียงพอ ปัญหานี้สะท้อนถึงความจำเป็นของการปฏิรูปวิธีคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ให้มุ่งเน้นสมรรถนะรอบด้าน การคิดวิเคราะห์เชิงซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่น และการเป็นพลเมืองผู้มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ด้วยเหตุนี้ Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายและแนวโน้มระดับโลกที่มีความซับซ้อน และทำหน้าที่เป็นเข็มทิศเชิงนโยบายสำหรับประเทศต่าง ๆ ในการปฏิรูประบบการศึกษาในทิศทางที่ตอบโจทย์อนาคตและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยจะต้องสามารถตอบคำถามสำคัญสองประการ ได้แก่
- ผู้เรียนในวันนี้จำเป็นต้องมีความรู้ ทักษะ เจตคติ และค่านิยมใดบ้าง เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จและมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเองและสังคม
- ระบบการจัดการเรียนรู้ควรมีแนวทางอย่างไรในการพัฒนาองค์ประกอบเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
วัตถุประสงค์หลัก
Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 ถูกจัดตั้งขึ้น โดยมีเป้าประสงค์หลักเพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ร่วมออกแบบแนวทางการพัฒนาหลักสูตร และเสริมสร้างระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในระยะยาว บทบาทสำคัญของเวทีนี้สามารถสรุปเป็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์ได้ดังต่อไปนี้
- พัฒนาวิสัยทัศน์ร่วมในระดับนานาชาติและปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา
สร้างความเข้าใจร่วมกันว่าผู้เรียนในปี ค.ศ. 2030 จำเป็นต้องมีสมรรถนะ ทักษะ เจตคติ และค่านิยมประเภทใดบ้างเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างมีประสิทธิผล รวมถึงพัฒนาเครื่องมือและกรอบแนวคิดเพื่อสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในการออกแบบและปรับปรุงหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพลวัตของอนาคต และมุ่งเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ผ่านการสำรวจและส่งเสริมวิธีการเรียนรู้และการสอนรูปแบบใหม่ รวมถึงระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสำคัญแห่งอนาคต
- ส่งเสริมมุมมองแบบบูรณาการต่อการออกแบบ การนำไปใช้ และการประเมินหลักสูตร
ส่งเสริมมุมมองแบบองค์รวม 360 องศาต่อกระบวนการออกแบบหลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ และการประเมินผล โดยจะระบุและแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดการกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างและกระบวนการ โดยอาศัยข้อมูลและประสบการณ์จากประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายกลุ่ม
- ส่งเสริมการร่วมสร้างองค์ความรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ส่งเสริมการร่วมผลิตความรู้ การดำเนินการวิจัย และการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ร่วมกันเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปสู่การกำหนดนโยบายทางการศึกษา พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้และผลการศึกษาไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อให้แนวปฏิบัติที่ดีและบทเรียนที่ได้รับสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างได้
- เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน
ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากชุมชนทางการศึกษาต่าง ๆ ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระบุประเด็นท้าทายใหม่ ๆ และร่วมกันพัฒนายุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว โดยส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีบทบาทเชิงรุก ไม่เพียงเป็นผู้สังเกตการณ์ แต่มีส่วนร่วมในกลุ่มปฏิบัติการและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
- เสริมบทบาทของ OECD ในฐานะเวทีสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับโลก
ทำให้ OECD เป็นเวทีกลางในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับหลักสูตรและทักษะแห่งอนาคต รวมถึงกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศนอกสมาชิกของ OECD ผ่านการพัฒนา “วิสัยทัศน์ร่วม” เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในปี ค.ศ. 2030
หลักการสำคัญในการดำเนินงานห้าประการ
การดำเนินงานของ Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 อาศัยหลักการพื้นฐานห้าประการในการกำหนดทิศทางแนวทางการทำงาน และรูปแบบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยแต่ละหลักการสะท้อนเจตจำนงร่วมในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ เสริมสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน และยกระดับคุณภาพของนโยบายด้านการศึกษาและทักษะ ดังต่อไปนี้
- การร่วมกันสร้างองค์ความรู้ใหม่ระหว่างหลายภาคส่วน
Global Forum ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลุ่มที่มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ที่มุ่งร่วมกันสร้างองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งสามารถนำไปสู่การสนับสนุนผู้กำหนดนโยบายในประเด็นที่ยังขาดองค์ความรู้ เช่น ช่องว่างทางการวิจัย ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวมิได้ทำหน้าที่เป็นโต๊ะเจรจา แต่เป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาแนวคิดใหม่และขับเคลื่อนความรู้เชิงระบบอย่างแท้จริง
- คณะทำงานเชิงปฏิบัติการ
ผู้เข้าร่วม Global Forum ไม่ใช่เพียงแต่เป็นผู้รับสารหรือผู้สังเกตการณ์ แต่เป็น ผู้ปฏิบัติการ ที่ถูกคาดหวังให้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อก่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรม อาทิ การร่วมทำงานในคณะทำงานเฉพาะด้าน การทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และการอภิปรายเชิงลึก เสียงของผู้เข้าร่วมทุกคนมีความสำคัญต่อการหล่อหลอมทิศทางขององค์ความรู้และผลการดำเนินงานของโครงการ
- การพัฒนาสู่ชุมชนโลก (Global Community)
ผู้เข้าร่วมถูกคาดหวังให้ปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ โดยเฉพาะการเคารพต่อมุมมอง ความเห็น และบริบทของแต่ละประเทศ เขตอำนาจการปกครอง และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ความหลากหลายดังกล่าวถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่ช่วยเสริมความรอบด้านขององค์ความรู้และการพัฒนานโยบายทางการศึกษา
- กลุ่มที่มุ่งสู่อนาคต (Future-oriented Group) ที่ใช้วิธีการทำงานแบบมีส่วนร่วมและสร้างสรรค์
Global Forum นั้นเต็มเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ มุ่งวางรากฐานองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์อนาคต และประยุกต์ใช้วิธีการทำงานเชิงนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม ซึ่งถือเป็นแนวทางใหม่สำหรับโครงการภายใต้ OECD ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานสามารถตอบสนองต่อพลวัตของการเปลี่ยนแปลงระดับโลกได้อย่างทันท่วงที
- การแบ่งปันวิสัยทัศน์ร่วมเพื่อสนับสนุนผู้เรียนในวันนี้สู่การสร้างอนาคตที่ดีกว่า
Global Forum มีความมุ่งหมายร่วมกันในการสนับสนุนให้ผู้เรียนในยุคปัจจุบันสามารถเป็นผู้กำหนดอนาคตที่ดียิ่งขึ้น ทั้งสำหรับตนเอง ผู้อื่น และสังคมโลก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี
กรอบแนวคิด Learning Compass 2030
หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้ง Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 นั่นคือการผลักดันกรอบแนวคิด Learning Compass 2030 ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และค่านิยมที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมี เพื่อให้สามารถนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งบุคคล ชุมชน และโลก โดยองค์ประกอบสำคัญของ Learning Compass 2030 ได้แก่
- รากฐานสำคัญ ซึ่งหมายถึง ความรู้พื้นฐาน ได้แก่ การอ่านออกเขียนได้ การคิดคำนวณ ความรู้ด้านดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และความรู้เฉพาะสาขา
- สมรรถนะที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งประกอบด้วย 1) การสร้างคุณค่าใหม่และความพร้อมทดลองสิ่งใหม่ 2) การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจเชิงจริยธรรม และ 3) การเป็นผู้ขับเคลื่อน มีความยืดหยุ่น และความห่วงใยต่อความยั่งยืน
- วงจรการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) โดยผู้เรียนคาดการณ์ความต้องการในอนาคต ดำเนินการ และสะท้อนผลลัพธ์จากประสบการณ์
- Student Agency & Co-agency คือ ผู้เรียนไม่ใช่ผู้รับความรู้แบบ passive แต่เป็นผู้เข้าร่วมอย่าง active ในกระบวนการเรียนรู้ของตน โดยมีครู ครอบครัว และชุมชนร่วมสนับสนุน
- Cycles of Empowerment โดยเป้าหมายสูงสุดคือผู้เรียนสามารถใช้สมรรถนะของตนเพื่อสร้างคุณค่าและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนและโลก
ตัวแทนและคณะทำงาน
โครงการ Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 ได้จัดตั้งและแบ่งกลุ่มตัวแทนและคณะทำงานออกเป็นหลายฝ่ายเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม และการพัฒนาหลักสูตรอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยตามบทบาทและความรับผิดชอบ ดังนี้
- Focus Group 1 (FG1) – ผู้แทนรัฐบาลระดับชาติ
ประกอบด้วย ผู้แทนที่ได้รับการเสนอชื่อหรือแต่งตั้งโดยรัฐบาลระดับชาติ เช่น ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐบาลกลางหรือท้องถิ่น หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง หรือ นักวิจัยที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการศึกษา โดยกลุ่ม FG1 มีบทบาทในการเชิญภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดหาเงินทุนเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เข้าร่วมอภิปรายเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบ การดำเนินงาน และการประเมินหลักสูตร
- Focus Group 2 (FG2) – ครู นักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยดังนี้
กลุ่ม FG2A – ครูและผู้บริหารโรงเรียน: คือ ครูและผู้บริหารจากเครือข่ายโรงเรียน ครูฝึกสอนจากสถาบันการศึกษาครูซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยประเทศสมาชิกในกลุ่ม FG1 หรือเสนอชื่อด้วยตนเอง และได้รับการตรวจสอบโดยฝ่ายเลขานุการ OECD หลังการปรึกษากับสมาชิกในกลุ่ม FG1 นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้แทนรัฐบาลท้องถิ่น (เช่น ผู้บริหารโรงเรียน ผู้แทนคณะกรรมการโรงเรียน) ที่มีหน้าที่ด้านการศึกษา หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าร่วมหากได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาล
กลุ่ม FG2B – นักวิชาการและภาคส่วนเอกชน: อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ภาคส่วนสังคม นักคิดชั้นนำ และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับโครงการ OECD Future of Education and Skills 2030 รวมถึงมูลนิธิและบริษัทเอกชน โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษาที่ทำงานโดยตรงกับโรงเรียน/ผู้ให้บริการด้านการศึกษาและมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ด้านนวัตกรรมหลักสูตรและเครื่องมือสนับสนุน ผู้เข้าร่วมกลุ่มนี้จะได้รับการเสนอชื่อโดยประเทศสมาชิกในกลุ่ม FG1 และ/หรือเสนอชื่อด้วยตนเอง พร้อมมีการประเมินความเหมาะสมโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาตามการคัดกรองเบื้องต้นโดยฝ่ายเลขานุการ OECD
กลุ่ม FG2C – นักศึกษาครู (Student Teachers): คือ นักศึกษาครูจากสถาบันการศึกษาครู ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยประเทศสมาชิกในกลุ่ม FG1 หรือเสนอชื่อด้วยตนเอง และได้รับการตรวจสอบโดยฝ่ายเลขานุการ OECD หลังปรึกษากับสมาชิกกลุ่ม FG1
- Focus Group 3 (FG3) – นักเรียนและศิษย์เก่า โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยดังนี้
กลุ่ม FG3A – นักเรียนระดับมัธยมศึกษา: นักเรียนจะได้รับการเสนอชื่อโดยประเทศสมาชิกในกลุ่ม FG1 สมาชิกในกลุ่ม FG2 หรือโดยองค์กรนักเรียนระหว่างประเทศ โดยนักเรียนจะมีบทบาทในการแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับหลักสูตร นักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมสามารถอยู่ในกลุ่ม FG3 ต่อไปได้อีกสองปีหลังจบการศึกษา ตราบเท่าที่ยังสามารถมีส่วนร่วมในโครงการ
กลุ่ม FG3B – ศิษย์เก่า: คือ ผู้ที่เคยเข้าร่วมกลุ่ม FG3 และจบมัธยมมามากกว่าสองปี มีบทบาทสนับสนุน ให้คำปรึกษา แนะนำ และโค้ชชิ่งสมาชิกกลุ่ม FG3 โดยเฉพาะนักเรียนในกลุ่ม FG3 รุ่นใหม่ มีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ใหม่ร่วมกับกลุ่มอื่น ๆ โดยถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับหลักสูตรที่ช่วยเตรียมความพร้อมชีวิตหลังมัธยม
Student Advisory Group (SAG) – คณะกรรมการที่ปรึกษานักเรียน: ก่อตั้งโดยนักเรียนเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างฝ่ายเลขานุการ OECD และคณะทำงานที่เป็นนักเรียน อีกทั้งยังเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียนในโครงการ OECD Future of Education and Skills 2030
กิจกรรมหลัก
- การสร้างวิสัยทัศน์และการพัฒนากรอบแนวคิดร่วม
ทางโครงการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและการประชุมเต็มรูปแบบสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายเพื่อร่วมกันพัฒนากรอบแนวคิดสำคัญ เช่น OECD Learning Compass 2030 เพื่อกำหนดสมรรถนะ ทัศนคติ และคุณค่า ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมี และ Teaching Compass (อยู่ระหว่างการพัฒนา) ซึ่งจะใช้เป็นกรอบแนวคิดสำหรับครู เพื่ออธิบายบทบาท สมรรถนะ และภาวะผู้นำทางวิชาชีพของครูในอนาคต กรอบแนวคิดเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ปรับระบบหลักสูตร การสอน และการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความท้าทายของศตวรรษที่ 21
- 2. การจัดตั้งคณะทำงานเชิงประเด็นและการเรียนรู้ร่วมกัน
ทางโครงการได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน ในมิติต่าง ๆ เช่น การออกแบบหลักสูตร ระบบการประเมินหลักสูตร สมรรถนะครู การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ในระบบการศึกษา และความเสมอภาคและความยืดหยุ่นของระบบการเรียนรู้ โดยผู้แทนประเทศ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานจะแลกเปลี่ยนหลักฐานเชิงประจักษ์ เครื่องมือ และกรณีศึกษาของประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน
- การประชุมในเวทีระดับโลก
ทางโครงการได้จัดการประชุมใหญ่ (ปีละ 1–2 ครั้ง) และการสัมมนาย่อยเป็นประจำ ทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ ซึ่งกิจกรรมภายในงานจะประกอบด้วย การประชุมเต็มคณะ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การอภิปรายโดยผู้เชี่ยวชาญ และการสาธิตนวัตกรรมด้านการเรียนการสอน เป็นต้น
- รายงานวิเคราะห์และเอกสารเชิงนโยบาย
จัดทำรายงานและเอกสารการเชิงนโยบาย ที่สังเคราะห์หลักฐานเกี่ยวกับการปรับหลักสูตร การจัดแนวทางการประเมิน บทบาทของคุณค่าและทักษะในหลักสูตรและฉากทัศน์อนาคตของโรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้กำหนดนโยบายและผู้จัดทำระบบ
- ชุดเครื่องมือ เอกสารแนะนำ และกรณีศึกษา
จัดหาทรัพยากรเชิงปฏิบัติช่วยสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในการนำหลักสูตรไปใช้ การปฏิรูปการประเมินผล การพัฒนาวิชาชีพครู และตัวอย่าง/กรณีศึกษาการปฏิรูปการศึกษาจากประเทศที่เข้าร่วม
- เครือข่ายและความร่วมมือ
เสริมสร้างเครือข่ายระหว่างกระทรวง โรงเรียน นักวิจัย และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันและการจัดทำโครงการความร่วมมือซึ่งช่วยให้สามารถปฏิรูปได้อย่างเป็นรูปธรรมในภายหลัง
โดยที่ผ่านมามีการนำผลลัพธ์จากกิจกรรมของการนำผลงานของ Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 ไปใช้ในทางปฏิบัติ ทั้งการนำไปใช้ในระดับชาติ เช่น กระทรวงศึกษาธิการในประเทศต่างๆ ได้ใช้กรอบแนวคิด Learning Compassและ Teaching Compass เป็นกรอบอ้างอิงในการดำเนินงานที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การทบทวนและปรับปรุงหลักสูตร การปฏิรูปกรอบการประเมินผล และการกำหนดกรอบสมรรถนะครู เป็นต้น โดยเครื่องมือเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางเชิงหลักการและมาตรฐานสากลสำหรับการพัฒนาระบบการศึกษา
นอกจากนี้ การอภิปรายในการประชุมประจำปียังช่วยกำหนดวาระการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้
ในเวทีโลกและช่วยระบุช่องว่างทางวิชาการและนโยบาย ซึ่งต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นการศึกษาและวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบโดย OECD (OECD Comparative Analysis) และโครงการวิจัยเฉพาะทาง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ขะช่วยสร้างวงจรพัฒนาองค์ความรู้ที่ต่อเนื่อง โดยแปลงประเด็นจากการอภิปรายนโยบายไปสู่การวิจัยเชิงลึก และนำผลการวิจัยกลับไปใช้อ้างอิงในการกำหนดนโยบายอีกครั้ง
การประชุมใหญ่ประจำปี
ทาง Global Forum on the Future of Education and Skills 2030 มีการจัดประชุมใหญ่ประจำปี ปีละ1-2 ครั้ง เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วมสำหรับอนาคตของการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องหลักสูตร การออกแบบ และการประเมินผลการศึกษา รวมถึงเป็นเวทีสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มด้านการศึกษา และหารือกลยุทธ์เพื่อจัดการกับความท้าทายในอนาคต
โดยเริ่มการจัดประชุมใหญ่ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2020 (จัดแบบออนไลน์) โดยจัดมาแล้วทั้งหมด 7 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดจัดเมื่อวันที่ 16–17 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ โดยรัฐบาลโปแลนด์เป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อ “Education for the Future: Challenges to Curriculum Design and Effective Implementation” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความท้าทายที่ผู้พัฒนาหลักสูตรและผู้ออกแบบการศึกษาเผชิญอยู่ในกระบวนการกำหนดโครงสร้างการศึกษาในศตวรรษที่ 21โดยเฉพาะประเด็นต่อไปนี้
- การบูรณาการประเด็นการย้ายถิ่นฐานในหลักสูตรเพื่อรองรับผู้เรียนจากหลากหลายภูมิหลังวัฒนธรรมและภาษา โดยเน้นว่าโรงเรียนต้องมีบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำและสนับสนุนผู้เรียนทุกกลุ่ม
- การเปลี่ยนผ่านสู่การศึกษาแบบดิจิทัล (digitalising education) ครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การเรียนรู้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในโรงเรียน
- การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงแนวทางการออกแบบการเรียนรู้แบบครอบคลุม
- การส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อให้ครูมีสมรรถนะและศักยภาพสอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ยุคใหม่
ที่มา:
https://www.oecd.org/education/2030/E2030%20Position%20Paper%20(05.04.2018).pdf

